
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
รวบรวมและเผยแพร่ ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กและวัยรุ่น
รวมถึงการรับจัดฝึกอบรม สัมมนา กิจกรรมวิชาการ นิทรรศการเผยแพร่ความรู้
เพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง ผู้ปกครอง นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ
PISA การวัดสมรรถนะการเรียนรู้ระดับนานาชาติ
PISA: Programme for International Student Assessment
นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
บทนำ
โปรแกรมการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ (Programme for International Student Assessment) หรือ PISA เป็นการประเมินสมรรถนะการเรียนรู้ของนักเรียนระดับนานาชาติ ที่ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งใน เครื่องมือวัดคุณภาพระบบการศึกษาที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางนโยบายสาธารณะของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
ในบทความนี้ กล่าวถึง นิยามความหมาย ประวัติความเป็นมา แนวคิดและปรัชญา วัตถุประสงค์ของการประเมิน รวมถึงขอบเขตการประเมิน เพื่อให้เกิดเข้าใจในการวัดสมรรถนะการเรียนรู้ระดับนานาชาติ โดยโปรแกรม PISA มากขึ้น
นิยาม ความหมาย
OECD ให้นิยาม PISA ว่าเป็น การประเมินสมรรถนะของนักเรียนที่มีอายุ 15 ปี ในการนำความรู้และทักษะที่จำเป็นมาประยุกต์ใช้ เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณ์จริงของชีวิตประจำวัน
การประเมินนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อวัดว่านักเรียนสามารถ "จดจำ" เนื้อหาตามหลักสูตรการศึกษาของแต่ละประเทศได้มากน้อยเพียงใด แต่เน้นวัด "ความฉลาดรู้" (Literacy) ซึ่งหมายถึงความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สื่อสาร การให้เหตุผล และการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในบริบทที่หลากหลายอย่างมีประสิทธิภาพ
ประวัติความเป็นมา
ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ประเทศสมาชิกกลุ่ม OECD ตระหนักถึงความจำเป็นในการมีเครื่องมือเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ที่ก้าวข้ามความแตกต่างของหลักสูตรประจำชาติ เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) โปรแกรม PISA จึงได้รับการริเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
PISA รอบแรก จัดขึ้นในปี ค.ศ. 2000 โดยมีประเทศและเขตเศรษฐกิจเข้าร่วม 32 แห่ง เน้นความฉลาดรู้ด้านการอ่านเป็นประเด็นหลัก จากจุดเริ่มต้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ปัจจุบัน PISA มีสมาชิกและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมมากกว่า 80 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ ครอบคลุมประชากรนักเรียนส่วนใหญ่ของโลก
PISA มีวงรอบการประเมินอย่างต่อเนื่องทุก 3 ปี โดยหมุนเวียนเน้น 3 โดเมนหลัก (Major Domain) ระหว่างด้านการอ่าน ด้านคณิตศาสตร์ และด้านวิทยาศาสตร์
นับตั้งแต่ PISA 2015 เป็นต้นมา OECD ได้การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล โดยเปลี่ยนผ่านการสอบจากการใช้กระดาษ (Paper-based) สู่การทำข้อสอบบนระบบคอมพิวเตอร์ (Computer-Based Assessment: CBA) เต็มรูปแบบ ซึ่งเปิดโอกาสให้จำลองสถานการณ์ที่มีการโต้ตอบ (Interactive Tasks) และนำระบบข้อสอบแบบปรับให้เหมาะสมตามความสามารถผู้สอบ (Multi-Stage Adaptive Testing) มาใช้
แนวคิดและปรัชญา
ปรัชญาการออกแบบของ PISA วางอยู่บนรากฐาน 3 ประการหลัก คือ แนวคิด "ความฉลาดรู้" การจำลองสถานการณ์จริง และการประเมินทักษะแห่งอนาคต
แนวคิด "ความฉลาดรู้" (The Literacy Concept): PISA ปฏิเสธการวัดผลแบบท่องจำตามตำรา แต่ให้นิยามความฉลาดรู้ว่า เป็นกระบวนการเชิงพลวัตของการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ผู้เรียนต้องสามารถบูรณาการความรู้ความเข้าใจ ทักษะกระบวนการ และเจตคติ เข้าด้วยกันเพื่อรับมือกับความท้าทายในโลกจริง
การจำลองสถานการณ์จริง (Real-World Contexts): ข้อสอบของ PISA ประกอบด้วยสถานการณ์สมมติที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เช่น การอ่านบทวิจารณ์เพื่อตัดสินใจซื้อสินค้า การคำนวณอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หรือการประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การประเมินทักษะแห่งอนาคต (Innovative Domains): นอกเหนือจากวิชาพื้นฐาน PISA ได้ขยายกรอบการวัดไปยังสมรรถนะแห่งศตวรรษที่ 21 เช่น การแก้ปัญหาแบบร่วมมือกัน (Collaborative Problem Solving) ในปี 2015, สมรรถนะระดับโลก (Global Competence) ในปี 2018 และความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ในปี 2022
วัตถุประสงค์ของการประเมิน
PISA มีวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ต่อระบบการศึกษา ดังนี้
• ติดตามและประเมินผลลัพธ์ของระบบการศึกษา (System Monitoring) เพื่อให้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมีตัวชี้วัดที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ในการประเมินประสิทธิภาพของระบบการศึกษาในภาพรวม
• สนับสนุนการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Policy Making) โดยข้อมูล PISA
ช่วยระบุจุดแข็งและจุดอ่อนของหลักสูตร และวิธีจัดการเรียนรู้ ทำให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาได้อย่างตรงจุด
• วัดความเสมอภาคทางการศึกษา (Equity in Education) โดย PISA ช่วยตรวจสอบว่าความสำเร็จทางการศึกษาของเยาวชน
ขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัวมากน้อยเพียงใด และสะท้อนช่องว่างคุณภาพระหว่างโรงเรียนในเมืองกับชนบท
• เทียบเคียงมาตรฐานระดับนานาชาติ (International Benchmarking) โดยเปิดโอกาสให้แต่ละประเทศเรียนรู้รูปแบบความสำเร็จ
นวัตกรรมการสอน และการบริหารจัดการโรงเรียนจากประเทศชั้นนำที่มีผลการประเมินโดดเด่น
ขอบเขตการประเมิน
ขอบเขตการดำเนินงานของ PISA ประกอบด้วยมิติด้านประชากร โดเมนการประเมิน และบริบทแวดล้อม ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
กลุ่มประชากรเป้าหมาย (Target Population)
• ประเมินนักเรียนที่มีอายุ 15 ปี 3 เดือน ถึง 16 ปี 2 เดือน ณ วันที่ทำการทดสอบ และต้องเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา
โดยไม่จำกัดชั้นปี
• เหตุผลที่เลือกช่วงวัยนี้ เนื่องจากในเกือบทุกประเทศ อายุ 15 ปี เป็นช่วงรอยต่อระหว่างการศึกษาภาคบังคับขั้นพื้นฐานกับการก้าวเข้าสู่การศึกษาสายอาชีพ
การศึกษาระดับสูง หรือตลาดแรงงาน
โดเมนหลัก 3 ด้าน (Core Domains)
• ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) คือ ความสามารถในการทำความเข้าใจ การนำไปใช้ การประเมิน การสะท้อนความคิด และความผูกพันกับตัวบท เพื่อบรรลุเป้าหมาย พัฒนาความรู้ และมีส่วนร่วมในสังคม• ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) คือ ความสามารถในการคิด การใช้เหตุผล และการนำแนวคิด กระบวนการ ข้อเท็จจริง และเครื่องมือทางคณิตศาสตร์มาอธิบายและทำนายปรากฏการณ์ต่าง ๆ
• ความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) คือ ความสามารถในการมีส่วนร่วมกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ การอธิบายปรากฏการณ์ การออกแบบและประเมินกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ และการแปลความหมายข้อมูลเชิงประจักษ์
การเก็บข้อมูลเชิงบริบท (Contextual Framework)
• PISA ไม่ได้เก็บเฉพาะคะแนนสอบ แต่ใช้แบบสอบถาม (Questionnaires) สำรวจข้อมูลรอบด้านจากนักเรียน ครู และผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม (Economic, Social, and Cultural Status: ESCS) วินัยในชั้นเรียน และสุขภาวะทางจิตของนักเรียน
บทสรุป
โปรแกรมการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Programme for International Student Assessment) หรือ PISA เป็นการประเมินสมรรถนะทางการศึกษาของนักเรียนระดับนานาชาติ โดยประเมินนักเรียนที่มีอายุ 15 ปี ในการนำความรู้และทักษะที่จำเป็น มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณ์จริงของชีวิตประจำวัน
PISA มีวัตถุประสงค์เพื่อ ติดตามและประเมินผลลัพธ์ของระบบการศึกษา สนับสนุนการกำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ วัดความเสมอภาคทางการศึกษา และเทียบเคียงมาตรฐานระดับนานาชาติ
PISA มีวงรอบการประเมินอย่างต่อเนื่องทุก 3 ปี โดยหมุนเวียนเน้นโดเมนหลัก 3 ด้าน คือ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ด้านคณิตศาสตร์ และด้านวิทยาศาสตร์ PISA รอบแรกจัดขึ้นในปี ค.ศ. 2000 และดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
เอกสารอ้างอิง
ศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติ, สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). ผลการประเมิน PISA 2022: บทสรุปสำหรับผู้บริหาร. https://pisathailand.ipst.ac.th/pisa2022-summary-result/
ศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติ, สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2569). ผลการประเมิน PISA. https://pisathailand.ipst.ac.th/pisa-results/
OECD. (2019). PISA 2018 assessment and analytical framework. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/b25ffab8-en
OECD. (2023). PISA 2022 results (Volume I): The state of learning and equity in education. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/53f23881-en
Schleicher, A. (2019). PISA 2018: Insights and interpretations. https://www.oecd.org/pisa/publications/pisa-2018-insights-and-interpretations.pdf
บทความนี้ ยินดีให้เผยแพร่เพื่อความรู้ได้ โดยกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา
ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. (2569). PISA การวัดสมรรถนะการเรียนรู้ระดับนานาชาติ. https://www.happyhomeclinic.com/a21-pisa.html
(บทความต้นฉบับ: ตุลาคม 2569)
นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
การศึกษา
· แพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
· วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น (จุฬาฯ)






