
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
รวบรวมและเผยแพร่ ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กและวัยรุ่น
รวมถึงการรับจัดฝึกอบรม สัมมนา กิจกรรมวิชาการ นิทรรศการเผยแพร่ความรู้
เพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง ผู้ปกครอง นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ
อีเอฟ ทักษะสมองส่วนบริหารจัดการ
EF: Executive Function
นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
บทนำ
ในศตวรรษที่ 21 การพัฒนาทุนมนุษย์ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับทักษะการคิด การแก้ปัญหา และการควบคุมตนเอง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
แนวคิด Executive Function (EF) ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากนักจิตวิทยา นักประสาทวิทยาศาสตร์ และนักการศึกษา เนื่องจากเป็นกลไกการทำงานของสมองที่ช่วยให้บุคคลสามารถวางแผน ตัดสินใจ ควบคุมอารมณ์ และปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
EF มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ ความสำเร็จทางการศึกษา สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ทางสังคม และคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยงานวิจัยจำนวนมากพบว่า EF ในวัยเด็กสามารถทำนายผลลัพธ์ในระยะยาวได้ดีกว่าระดับสติปัญญา (IQ) ในบางด้าน เช่น ความสำเร็จทางการศึกษา สุขภาพ และสถานะทางเศรษฐกิจเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่
บทความนี้มุ่งนำเสนอแนวคิด องค์ประกอบ ปัจจัยที่มีอิทธิพล และแนวทางส่งเสริม EF ในเด็กและวัยรุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน
ความหมายของ Executive Function
“ทักษะสมองส่วนบริหารจัดการ” (Executive Function; EF) หรือที่นิยมเรียกย่อว่า “อีเอฟ” หมายถึง กระบวนการทำงานของสมองในระดับสูง (higher-order cognitive processes) ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมและกำกับพฤติกรรม ความคิด และอารมณ์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ โดยเป็นหน้าที่สำคัญของสมองส่วนหน้าผาก (prefrontal cortex)
EF เป็นชุดของทักษะที่ช่วยให้บุคคลสามารถจดจำข้อมูล ควบคุมแรงกระตุ้น และปรับเปลี่ยนความคิดหรือพฤติกรรมตามสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
EF เริ่มพัฒนาตั้งแต่วัยทารกและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงปฐมวัย โดยเฉพาะอายุ 3–5 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่สมองส่วนหน้ามีพัฒนาการอย่างมาก
พัฒนาการของ EF สามารถแบ่งได้ดังนี้
• วัยทารก (0–2 ปี): เริ่มเกิดการควบคุมความสนใจและความจำพื้นฐาน
• วัยปฐมวัย (3–6 ปี): พัฒนาการยับยั้งตนเองและการควบคุมอารมณ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
• วัยเรียน (6–12 ปี): ความสามารถในการวางแผนและแก้ปัญหาซับซ้อนมากขึ้น
• วัยรุ่น: EF มีการพัฒนาต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตัดสินใจและการประเมินผลลัพธ์ระยะยาว
• วัยผู้ใหญ่ตอนต้น: EF มีประสิทธิภาพสูงสุดก่อนค่อย ๆ ลดลงตามวัย
องค์ประกอบ
นักวิชาการส่วนใหญ่ยอมรับว่า EF ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 ประการ ได้แก่
1. ความจำเพื่อใช้งาน (Working Memory)
เป็นความสามารถในการเก็บรักษาและประมวลผลข้อมูลในระยะสั้นเพื่อนำไปใช้ในการคิด การแก้ปัญหา หรือการปฏิบัติงาน ตัวอย่างเช่น
การจำคำสั่งหลายขั้นตอน หรือการคำนวณทางคณิตศาสตร์ในใจ
2. การยับยั้งควบคุมตนเอง (Inhibitory Control)
เป็นความสามารถในการควบคุมความคิด อารมณ์ หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการยับยั้งแรงกระตุ้นเพื่อเลือกพฤติกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมาย
3. ความยืดหยุ่นทางความคิด (Cognitive Flexibility)
เป็นความสามารถในการเปลี่ยนมุมมอง ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ และตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม
องค์ประกอบทั้งสามประการนี้ทำงานร่วมกันและเป็นพื้นฐานของทักษะขั้นสูง เช่น การวางแผน (planning) การแก้ปัญหา (problem solving) และการตัดสินใจ (decision making)
ความสำคัญ
ด้านการเรียนรู้
เด็กที่มี EF ดีมักมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง สามารถจดจ่อกับการเรียน ทำงานตามคำสั่ง และแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านสุขภาพจิต
EF ช่วยควบคุมอารมณ์ ลดพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น และส่งเสริมความสามารถในการเผชิญปัญหา ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตลดลง
ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม
การควบคุมอารมณ์และการเข้าใจมุมมองของผู้อื่นช่วยให้เกิดสัมพันธภาพที่ดี มีทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
ด้านคุณภาพชีวิตในระยะยาว
งานวิจัยระยะยาวพบว่าเด็กที่มีทักษะการกำกับตนเองสูงมีแนวโน้มประสบความสำเร็จทางการศึกษา การงาน และสุขภาพดีกว่าเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ Executive Function
ในการพัฒนา EF พบว่ามีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1) ปัจจัยทางชีวภาพ
• พันธุกรรม
• พัฒนาการของสมองส่วนหน้า
• สุขภาพร่างกายและโภชนาการ
2) ปัจจัยด้านครอบครัว
• ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และเด็ก
• รูปแบบการเลี้ยงดู
• สภาพแวดล้อมทางอารมณ์ในครอบครัว
3) ปัจจัยด้านการศึกษา
• การเรียนรู้ผ่านการเล่น
• การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการคิด
• คุณภาพของครูและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้
4) ปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
• ความยากจน
• ความเครียดเรื้อรัง
• การได้รับประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก (Adverse Childhood Experiences: ACEs)
แนวทางการส่งเสริม
การส่งเสริม Executive Function (EF) ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยปฐมวัย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่สมองส่วนหน้าผาก (prefrontal cortex) มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว
การพัฒนา EF ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการสอนโดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยประสบการณ์ การฝึกฝน และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
1) การส่งเสริมผ่านครอบครัว
ครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพัฒนา EF ของเด็ก โดยผู้ปกครองควร
• สร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและมั่นคง (secure attachment)
• กำหนดกติกาและกิจวัตรประจำวันอย่างสม่ำเสมอ
• เปิดโอกาสให้เด็กตัดสินใจและแก้ปัญหาด้วยตนเอง
• ฝึกให้เด็กรอคอยและควบคุมความต้องการของตนเอง
• เป็นแบบอย่างในการควบคุมอารมณ์และการแก้ปัญหา
ตัวอย่างกิจกรรม
• ช่วยวางแผนการเดินทางหรือการทำกิจกรรมครอบครัว
• มอบหมายงานบ้านที่เหมาะสมตามวัย
• เล่นเกมที่ต้องรอคิวและปฏิบัติตามกติกา
2) การส่งเสริมผ่านการเล่น
การเล่นเป็นวิธีการพัฒนา EF ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในวัยเด็ก กิจกรรมเหล่านี้ช่วยพัฒนาการวางแผน การแก้ปัญหา และความคิดสร้างสรรค์
• การเล่นบทบาทสมมติ (Pretend Play) ช่วยพัฒนาความจำ การวางแผน และความยืดหยุ่นทางความคิด เช่น เล่นขายของ เล่นเป็นหมอ เล่นเป็นครู
• การเล่นเกมที่มีกติกา ช่วยพัฒนาการยับยั้งควบคุมตนเอง เช่น เก้าอี้ดนตรี เกมจับคู่ความจำ เกมกระดาน
• เกมสร้างสรรค์ เช่น ตัวต่อบล็อก เลโก้ งานประดิษฐ์ การวาดภาพ
3) การส่งเสริมผ่านสถานศึกษา
ครูสามารถพัฒนา EF ได้โดย
• การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ประกอบด้วย การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning)
การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) และการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ
• การจัดสภาพแวดล้อมในห้องเรียนที่เหมาะสม เข่น มีกติกาชัดเจน ส่งเสริมการทำงานกลุ่ม เปิดโอกาสให้เด็กคิดและตัดสินใจ
• การสะท้อนคิด (Reflection) โดย หลังทำกิจกรรม ครูอาจตั้งคำถาม เช่น อะไรที่ทำได้ดี? อะไรที่ควรปรับปรุง? ครั้งหน้าจะทำอย่างไร?
ซึ่งกระบวนการดังกล่าวช่วยพัฒนาการกำกับตนเองและการประเมินตนเอง
4) การส่งเสริมผ่านกิจกรรมทางกาย
งานวิจัยพบว่าการออกกำลังกายช่วยเพิ่มการทำงานของสมองส่วนหน้าและส่งเสริม EF ควรส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวันในเด็กวัยเรียน
กิจกรรมที่แนะนำ ได้แก่
• วิ่ง
• ว่ายน้ำ
• ปั่นจักรยาน
• ฟุตบอล
• บาสเกตบอล
• ศิลปะการป้องกันตัว
• การเต้น
5) การฝึกสติและการควบคุมอารมณ์
กิจกรรมฝึกสติ (Mindfulness) ช่วยพัฒนา
• สมาธิ
• การควบคุมอารมณ์
• การยับยั้งพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น
ตัวอย่างกิจกรรม
• การฝึกหายใจ
• การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
• โยคะสำหรับเด็ก
• การนั่งสมาธิสั้น ๆ
6) การส่งเสริมด้านภาษาและการอ่าน
ภาษาเป็นเครื่องมือสำคัญของ EF แนวทางส่งเสริม ได้แก่
• อ่านนิทานทุกวัน
• สนทนาแบบเปิดโอกาสให้เด็กคิด
• ตั้งคำถามปลายเปิด
• เล่านิทานต่อจากจินตนาการ
ตัวอย่างคำถาม
• ถ้าหนูเป็นตัวละครนี้จะทำอย่างไร?
• เพราะอะไรตัวละครจึงตัดสินใจแบบนั้น?
7) การลดปัจจัยเสี่ยงที่กระทบ EF
เด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและมั่นคงมีแนวโน้มพัฒนา EF ได้ดีกว่าเด็กที่เผชิญความเครียดเรื้อรัง
ควรลดปัจจัยที่ส่งผลเสียต่อพัฒนาการสมอง เช่น
• ความเครียดเรื้อรัง
• ความรุนแรงในครอบครัว
• การนอนหลับไม่เพียงพอ
• ภาวะทุพโภชนาการ
• การใช้สื่อหน้าจอมากเกินไป
บทสรุป
“ทักษะสมองส่วนบริหารจัดการ” หรือที่เรียกย่อว่า “อีเอฟ” (Executive Function; EF) เป็นทักษะสมองระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญ ต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ การทำงาน และการดำเนินชีวิต ประกอบด้วยความจำเพื่อใช้งาน การยับยั้งควบคุมตนเอง และความยืดหยุ่นทางความคิด ซึ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่
การส่งเสริม EF ควรเริ่มตั้งแต่วัยปฐมวัยผ่านครอบครัว โรงเรียน และชุมชน โดยการจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมและลดปัจจัยเสี่ยง ที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของสมอง อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพมนุษย์และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). แนวทางการจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมทักษะทางสมอง EF(Executive Function). กรุงเทพฯ: บริษัท 21 เซ็นจูรี่ จำกัด. ISBN 978-616-270-385-0
Center on the Developing Child at Harvard University. (2011). Building the brain’s “air traffic control” system: How early experiences shape the development of executive function. Harvard University.
Diamond, A. (2013). Executive functions. Annual Review of Psychology, (1): 135–168. https://doi.org/10.1146/annurev-psych-113011-143750
Miyake, A., Friedman, N. P., Emerson, M. J., Witzki, A. H., Howerter, A., & Wager, T. D. (2000). The unity and diversity of executive functions and their contributions to complex “frontal lobe” tasks: A latent variable analysis. Cognitive Psychology, 41(1): 49–100. https://doi.org/10.1006/cogp.1999.0734
Moffitt, T. E., Arseneault, L., Belsky, D., Dickson, N., Hancox, R. J., Harrington, H., Houts, R., Poulton, R., Roberts, B. W., Ross, S., Sears, M. R., Thomson, W. M., & Caspi, A. (2011). A gradient of childhood self-control predicts health, wealth, and public safety. Proceedings of the National Academy of Sciences, 108(7): 2693–2698. https://doi.org/10.1073/pnas.1010076108
Zelazo, P. D., Blair, C. B., & Willoughby, M. T. (2016). Executive function: Implications for education. National Center for Education Research.
บทความนี้ ยินดีให้เผยแพร่เพื่อความรู้ได้ โดยกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา
ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. (2569). อีเอฟ ทักษะสมองส่วนบริหารจัดการ. จาก https://www.happyhomeclinic.com/a10-ef.html
(บทความต้นฉบับ: มิถุนายน 2569)
นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
การศึกษา
· แพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
· วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น (จุฬาฯ)






