
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
รวบรวมและเผยแพร่ ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กและวัยรุ่น
รวมถึงการรับจัดฝึกอบรม สัมมนา กิจกรรมวิชาการ นิทรรศการเผยแพร่ความรู้
เพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง ผู้ปกครอง นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ
ดาวน์ ซินโดรม
Down Syndrome
นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
บทนำ
ดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome, Down's syndrome, Trisomy 21) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม โดยมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง ทำให้มีจำนวนโครโมโซมรวม 47 แท่ง แทนที่จะเป็น 46 แท่งตามปกติ ภาวะดังกล่าวส่งผลต่อ พัฒนาการทางร่างกาย สติปัญญา และการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
ลักษณะทางคลินิก
ผู้ที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมมักมีลักษณะเฉพาะทางกายภาพและพัฒนาการ ได้แก่
• ใบหน้าแบนและดั้งจมูกต่ำ
• ตาเฉียงขึ้นและมีหนังตาปิดหัวตา
• ลิ้นค่อนข้างใหญ่
• กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก (Hypotonia)
• มือสั้น นิ้วสั้น และมีรอยพับฝ่ามือเส้นเดียว
• การเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ
• พัฒนาการทางสติปัญญาอยู่ในระดับบกพร่องเล็กน้อยถึงปานกลาง
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อโรคร่วมหลายชนิด ได้แก่
• โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (congenital heart defects)
• ความผิดปกติทางการได้ยินและการมองเห็น (vision and hearing problems)
• โรคไทรอยด์ (thyroid disease)
• โรคเซลิแอก (celiac disease)
• ภาวะข้อต่อแอตแลนโต้แอ็กเซียลไม่มั่นคง (atlantoaxial instability)
• ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea)
• โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease) ในวัยผู้ใหญ่
ร้อยละ 50 ถึง 65 ของทารกดาวน์ ซินโดรม มีความผิดปกติของหัวใจแต่กำเนิดร่วมด้วย สภาวะเหล่านี้หลายอย่างจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ในขณะที่สภาวะที่ไม่รุนแรงบางอย่างอาจหายไปเองเมื่อเด็กโตขึ้น
ระบาดวิทยา
ดาวน์ ซินโดรม นับเป็นสาเหตุทางพันธุกรรมที่พบบ่อยที่สุดของภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (Intellectual Disability) พบอุบัติการณ์ของการเกิดดาวน์ ซินโดรม ประมาณ 1 ต่อ 700 การเกิดมีชีพ สามารถพบได้ในทุกเชื้อชาติ และทุกระดับเศรษฐานะ
ปัจจัยเสี่ยงจะสัมพันธ์กับอายุของมารดาที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้
• อายุ 25 ปี โอกาสประมาณ 1 ใน 1,250
• อายุ 35 ปี โอกาสประมาณ 1 ใน 350 ถึง 400
• อายุ 40 ปี โอกาสประมาณ 1 ใน 100
• อายุ 45 ปี โอกาสประมาณ 1 ใน 30
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้หญิงอายุน้อยมีบุตรมากกว่าโดยรวม ประมาณร้อยละ 80 ของทารกที่มีกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมทั้งหมดเกิดจากมารดาที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี
สาเหตุและพยาธิกำเนิด
ดาวน์ซินโดรมส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติในการแบ่งเซลล์ (nondisjunction) ส่งผลให้เกิดโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา แต่ก็มีสาเหตุรูปแบบอื่นด้วย สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1. Trisomy 21
เป็นชนิดที่พบมากที่สุด คิดเป็นประมาณร้อยละ 95 ของผู้ป่วยทั้งหมด โดยทุกเซลล์ในร่างกายมีโครโมโซมคู่ที่ 21 จำนวน 3 ชุด เกิดจากความผิดพลาดในการแบ่งเซลล์
2. Translocation Down Syndrome
พบประมาณร้อยละ 3–4 เกิดจากส่วนของโครโมโซมคู่ที่ 21 ไปเกาะติดกับโครโมโซมอื่น ผู้ป่วยยังคงมีสารพันธุกรรมของโครโมโซม 21 เกินมา แม้จำนวนโครโมโซมรวมอาจไม่เพิ่มขึ้นมากนัก
3. Mosaic Down Syndrome
พบประมาณร้อยละ 1–2 เกิดจากความผิดปกติหลังการปฏิสนธิ ทำให้บางเซลล์มีโครโมโซมปกติ และบางเซลล์มีโครโมโซม 21 เกินมา อาการอาจรุนแรงน้อยกว่า 2 ประเภทแรก
การตรวจคัดกรองและวินิจฉัย
โดยทั่วไปแล้ว ดาวน์ซินโดรม สามารถตรวจคัดกรองและวินิจฉัยก่อนคลอดได้ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ไตรมาสแรก หากไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน กลุ่มอาการนี้มักสังเกตได้จากลักษณะทางกายภาพที่เฉพาะเจาะจง การยืนยันต้องอาศัยการตรวจทางพันธุกรรม ซึ่งโดยปกติจะเป็นการตรวจ karyotype จากตัวอย่างเลือด เพื่อระบุความผิดปกติของโครโมโซมเป็นรูปแบบใด
การตรวจคัดกรองก่อนคลอด
ประกอบด้วย
• การตรวจคัดกรองทางชีวเคมีในเลือดมารดา
• การตรวจอัลตราซาวด์
การตรวจวัดระดับสารชีวเคมีในเลือดมารดา ในไตรมาสที่ 2 สามารถนำมาใช้คำนวณเพื่อบอกความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ทารกดาวน์ ซินโดรม ได้ โดยสารชีวเคมีดังกล่าว ได้แก่ alpha-fetoprotein (AFP), human chorionic gonadotropin (hCG) และ unconjugated estriol (uE3) หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อ “triple marker test”
การตรวจวัดระดับสารชีวเคมีในเลือดมารดา ในไตรมาสแรก ได้แก่ pregnancy-associated plasma protein A (PAPP-A) และ human chorionic gonadotropin (hCG) ร่วมกับ การตรวจอัลตราซาวด์ความหนาต้นคอทารก (nuchal translucency) พบว่ามีประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองสูงเช่นเดียวกัน
การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด
ประกอบด้วย
• การตรวจ Cell-Free DNA (cfDNA)
• การเจาะน้ำคร่ำ (Amniocentesis)
• การตรวจชิ้นเนื้อรก (Chorionic Villus Sampling)
การตรวจวินิจฉัยหลังคลอด
อาศัยลักษณะทางคลินิกร่วมกับการตรวจโครโมโซม (Karyotype Analysis) เพื่อยืนยันความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21
The American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) แนะนำให้สตรีตั้งครรภ์ทุกรายที่มาฝากครรภ์ก่อน 20 สัปดาห์ ต้องได้รับคำแนะนำในการตรวจคัดกรองการตั้งครรภ์ทารกดาวน์ ซินโดรม ไม่ว่าสตรีตั้งครรภ์รายนั้นจะอายุเท่าใด และทราบทางเลือกในการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด ในกรณีที่ผลการตรวจคัดกรองอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง
การดูแลรักษา
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาที่สามารถแก้ไขความผิดปกติทางโครโมโซมได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การดูแลอย่างเหมาะสม สามารถช่วยให้บุคคลที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประกอบด้วย
1. การส่งเสริมพัฒนาการระยะแรกเริ่ม
เมื่อพบว่าเป็นดาวน์ ซินโดรม ควรนำเข้าโปรแกรมส่งเสริมพัฒนาการตั้งแต่เล็ก ร่วมกับการฟ้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็น ตามลักษณะอาการ
ได้แก่ กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และแก้ไขการพูด
2. การดูแลด้านสุขภาพ
ดาวน์ ซินโดรม มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพหลายระบบ ควรมีการประเมินโดยละเอียด ได้แก่ การติดตามโรคหัวใจ การประเมินการได้ยินและการมองเห็น
การตรวจต่อมไทรอยด์ และการติดตามภาวะโภชนาการ
3. การศึกษาและการพัฒนาทักษะ
การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) และการฝึกทักษะการดำรงชีวิตสามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และการมีส่วนร่วมในสังคม
คุณภาพชีวิตและแนวโน้มในอนาคต
ความก้าวหน้าทางการแพทย์และการฟื้นฟูสมรรถภาพทำให้อายุคาดเฉลี่ยของผู้ที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากประมาณ 25–30 ปีในอดีต เป็นมากกว่า 60 ปีในปัจจุบัน
ผู้ที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการส่งเสริมพัฒนาการระยะแรกเริ่ม และฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่อง สามารถเรียนหนังสือ ทำงาน และดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ
บทสรุป
ดาวน์ซินโดรมเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมลักษณะเฉพาะ ที่ส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญา แม้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก การส่งเสริมพัฒนาการ และการดูแลแบบองค์รวมโดยทีมสหวิชาชีพ สามารถช่วยให้บุคคลที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ
เอกสารอ้างอิง
American Academy of Pediatrics. (2022). Health supervision for children and adolescents with Down syndrome. Pediatrics, 149(5): e2022057010.
Bull, M. J. (2020). Down syndrome. New England Journal of Medicine, 382(24): 2344–2352.
Centers for Disease Control and Prevention. (2024). Living with Down Syndrome. from https://www.cdc.gov
Centers for Disease Control and Prevention. (2026). Down syndrome. from https://www.cdc.gov
Global Down Syndrome Foundation. (2026). Facts and FAQ about Down Syndrome. from https://www.globaldownsyndrome.org
Hickey, F., Hickey, E., & Summar, K. L. (2012). Medical update for children with Down syndrome for the pediatrician and family practitioner. Advances in Pediatrics, 59(1): 137–157.
Mundakel, G. T. & Descartes, M. (2024). Down Syndrome. from https://emedicine.medscape.com/article/943216-overview
National Institutes of Health. (2025). About Down syndrome. from https://www.nih.gov/node/2616
National Institute of Child Health and Human Development. (2026). Down syndrome factsheet. from https://www.nichd.nih.gov/health/topics/factsheets/downsyndrome
Roizen, N. J., & Patterson, D. (2003). Down’s syndrome. The Lancet, 361(9365): 1281–1289.
Sherman, S. L., Allen, E. G., Bean, L. H., & Freeman, S. B. (2007). Epidemiology of Down syndrome. Mental Retardation and Developmental Disabilities Research Reviews, 13(3): 221–227.
Weijerman, M. E., & de Winter, J. P. (2010). Clinical practice: The care of children with Down syndrome. European Journal of Pediatrics, 169(12): 1445–1452.
บทความทั้งหมดยินดีให้นำไป เผยแพร่เพื่อความรู้ได้ โดยกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา
ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. (2569). ดาวน์ ซินโดรม. จาก https://www.happyhomeclinic.com/sp32-down-syndrome.html
(บทความต้นฉบับ: มิถุนายน 2569)
นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
การศึกษา
· แพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
· วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น (จุฬาฯ)