
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
รวบรวมและเผยแพร่ ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กและวัยรุ่น
รวมถึงการรับจัดฝึกอบรม สัมมนา กิจกรรมวิชาการ นิทรรศการเผยแพร่ความรู้
เพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง ผู้ปกครอง นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ
ดาวน์ซินโดรม คนสุดท้าย
The last children of Down Syndrome
นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
บทนำ
“The Last Children of Down Syndrome” เป็นชื่อบทความเชิงสารคดีที่โด่งดัง ตีพิมพ์ในนิตยสาร The Atlantic โดย Sarah Zhang เมื่อปลายปี ค.ศ. 2020 ซึ่งตีแผ่ผลกระทบของการตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ว่ากำลังทำให้เด็ก “กลุ่มอาการดาวน์” หรือ “ดาวน์ซินโดรม” ค่อย ๆ หายไปจากสังคม
“ดาวน์ซินโดรม” คือ ความผิดปกติทางพันธุกรรม โดยทารกจะมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 แท่ง (ทำให้มีโครโมโซมทั้งหมด 47 แท่ง) ส่งผลให้มีลักษณะใบหน้าเฉพาะ มีความผิดปกติทางร่างกาย มีพัฒนาการล่าช้า และมีความบกพร่องทางสติปัญญา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมจำนวนมากสามารถดำรงชีวิต เรียนหนังสือ และมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ มักมีอารมณ์ร่าเริงและเป็นมิตร
ประเด็นหลักของบทความ ประกอบด้วย สถานการณ์การลดลงชองทารกที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมอย่างมาก จากเทคโนโลยีการคัดกรองในปัจจุบัน ทำให้พ่อแม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าทารกในครรภ์จะเป็นดาวน์ซินโดรมหรือไม่ และอาจนำไปสู่การตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์
บทความข้างต้นจุดประกายการถกเถียงระดับโลก เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ สิทธิในการดำรงอยู่ของกลุ่มผู้ที่มีความบกพร่อง ประเด็นทางจริยธรรม ประเด็นทางมนุษยธรรม และผลกระทบทางสังคม
ในบทความนี้ ได้ยกเนื้อหาหลักจากบทความข้างต้นมาเรียบเรียงใหม่ เสริมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสังคม และกำหนดทิศทางว่า ประเทศไทยจะไปถึงจุดที่มีเด็กดาวน์ซินโดรมคนสุดท้ายหรือไม่
ระบาดวิทยา
ดาวน์ซินโดรม นับเป็นสาเหตุทางพันธุกรรมที่พบบ่อยที่สุดของภาวะบกพร่องทางสติปัญญา (Intellectual Disability) พบอุบัติการณ์ของการเกิดดาวน์ ซินโดรม ประมาณ 1 ต่อ 700 การเกิดมีชีพ สามารถพบได้ในทุกเชื้อชาติ และทุกระดับเศรษฐานะ
ปัจจัยเสี่ยงจะสัมพันธ์กับอายุของมารดาที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้
• อายุ 25 ปี โอกาสประมาณ 1 ใน 1,250
• อายุ 35 ปี โอกาสประมาณ 1 ใน 350 ถึง 400
• อายุ 40 ปี โอกาสประมาณ 1 ใน 100
• อายุ 45 ปี โอกาสประมาณ 1 ใน 30
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้หญิงอายุน้อยมีบุตรมากกว่าโดยรวม ประมาณร้อยละ 80 ของทารกที่มีกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมทั้งหมดเกิดจากมารดาที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี
ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นประเทศแรก ๆ ที่เปิดให้มีการตรวจคัดกรองทารกในครรภ์ฟรีสำหรับคุณแม่ทุกคนอย่างทั่วถึง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 ผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าทารกมีภาวะดาวน์ซินโดรมเลือกยุติการตั้งครรภ์ จนพบว่าผลลัพธ์ในปี ค.ศ. 2019 มีทารกกลุ่มอาการดาวน์เกิดในเดนมาร์กเพียง 18 คนคนทั่วประเทศ
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีต่อโครงสร้างประชากร แม้ว่าการตรวจคัดกรอง จะถูกนำเสนอในฐานะเครื่องมือเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ปกครอง แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับมีนัยสำคัญต่อการดำรงอยู่ของกลุ่มบุคคลที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมในระยะยาว
เทคโนโลยีการคัดกรอง
โดยทั่วไปแล้ว ดาวน์ซินโดรม สามารถตรวจคัดกรองและวินิจฉัยก่อนคลอดได้ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ไตรมาสแรก หากไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน กลุ่มอาการนี้มักสังเกตได้จากลักษณะทางกายภาพที่เฉพาะเจาะจง การยืนยันต้องอาศัยการตรวจทางพันธุกรรม ซึ่งโดยปกติจะเป็นการตรวจ karyotype จากตัวอย่างเลือด เพื่อระบุความผิดปกติของโครโมโซมเป็นรูปแบบใด
เทคโนโลยีการคัดกรองในปัจจุบัน ทำให้พ่อแม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าทารกในครรภ์จะเป็นดาวน์ซินโดรมหรือไม่ และนำไปสู่การตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งทำให้จำนวนเด็กที่เกิดมาพร้อมภาวะนี้ลดลงอย่างมาก
การตรวจคัดกรองก่อนคลอด
ประกอบด้วย
• การตรวจคัดกรองทางชีวเคมีในเลือดมารดา
• การตรวจอัลตราซาวด์
การตรวจวัดระดับสารชีวเคมีในเลือดมารดา ในไตรมาสที่ 2 สามารถนำมาใช้คำนวณเพื่อบอกความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ทารกดาวน์ ซินโดรม ได้ โดยสารชีวเคมีดังกล่าว ได้แก่ alpha-fetoprotein (AFP), human chorionic gonadotropin (hCG) และ unconjugated estriol (uE3) หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อ “triple marker test”
การตรวจวัดระดับสารชีวเคมีในเลือดมารดา ในไตรมาสแรก ได้แก่ pregnancy-associated plasma protein A (PAPP-A) และ human chorionic gonadotropin (hCG) ร่วมกับ การตรวจอัลตราซาวด์ความหนาต้นคอทารก (nuchal translucency) พบว่ามีประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองสูงเช่นเดียวกัน
การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด
ประกอบด้วย
• การตรวจ Cell-Free DNA (cfDNA)
• การเจาะน้ำคร่ำ (Amniocentesis)
• การตรวจชิ้นเนื้อรก (Chorionic Villus Sampling)
การตรวจวินิจฉัยหลังคลอด
อาศัยลักษณะทางคลินิกร่วมกับการตรวจโครโมโซม (Karyotype Analysis) เพื่อยืนยันความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21
The American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) แนะนำให้สตรีตั้งครรภ์ทุกรายที่มาฝากครรภ์ก่อน 20 สัปดาห์ ต้องได้รับคำแนะนำในการตรวจคัดกรองการตั้งครรภ์ทารกดาวน์ ซินโดรม ไม่ว่าสตรีตั้งครรภ์รายนั้นจะอายุเท่าใด และทราบทางเลือกในการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด ในกรณีที่ผลการตรวจคัดกรองอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง
ประเด็นทางจริยธรรม
ประเด็นสำคัญที่ข้อถกเถียงทางจริยธรรม คือ ความสมดุลระหว่าง "สิทธิในการเลือก" (Reproductive Choice) ของผู้ปกครอง และ "คุณค่าของชีวิตมนุษย์" (Value of Human Life)
ผู้สนับสนุนการตรวจคัดกรอง มีความเห็นว่า ผู้ปกครองควรมีสิทธิได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจเกี่ยวกับ อนาคตของครอบครัวด้วยตนเอง หลักการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักจริยธรรมด้านการเคารพการตัดสินใจของบุคคล (Respect for Autonomy)
ในขณะที่นักจริยธรรมและกลุ่มผู้พิการบางส่วน แสดงความกังวลว่า การลดจำนวนผู้ที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมอาจสะท้อนทัศนคติทางสังคมที่มองว่า ชีวิตของบุคคลเหล่านี้มีคุณค่าน้อยกว่า กลายเป็นการคัดเลือกทารกจากลักษณะทางพันธุกรรม
David Wasserman นักจริยธรรมชีวภาพเสนอว่า การตัดสินใจดังกล่าวมักเกิดจากความกลัวต่อความไม่แน่นอนของอนาคต มากกว่าความต้องการแสวงหาความสมบูรณ์แบบของบุตร ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระดับความรุนแรงของอาการและภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ปกครอง
อีกประเด็นหนึ่งคือความเป็นธรรมในการให้ข้อมูลทางการแพทย์ หากบุคลากรทางการแพทย์นำเสนอเฉพาะข้อจำกัดหรือภาระในการดูแล เด็กดาวน์ซินโดรม โดยไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพ คุณภาพชีวิต และความสำเร็จของบุคคลเหล่านี้ การตัดสินใจของผู้ปกครองอาจไม่ได้เกิดขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่สมดุล
ประเด็นทางมนุษยธรรม
ในมิติด้านมนุษยธรรม ประเด็นสำคัญคือ “การยอมรับคุณค่าของมนุษย์โดยไม่ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ทางร่างกายหรือสติปัญญา” หลักสิทธิมนุษยชนสากลระบุว่า “มนุษย์ทุกคนเกิดมามีศักดิ์ศรีและสิทธิเท่าเทียมกัน” ดังนั้น บุคคลที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมจึงควรได้รับ การเคารพในฐานะสมาชิกที่มีคุณค่าในสังคมเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป
คำถามเชิงมนุษยธรรมที่สำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า "เราสามารถป้องกันการเกิดดาวน์ซินโดรมได้หรือไม่" แต่ยังรวมถึง สังคมควรสร้างสภาพแวดล้อมอย่างไรเพื่อให้ทุกชีวิตสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี" หากเทคโนโลยีถูกนำมาใช้เพื่อลดจำนวน ผู้ที่มีความแตกต่างทางพันธุกรรมโดยปราศจากการพิจารณาด้านคุณค่าความเป็นมนุษย์ สังคมอาจเผชิญกับความเสี่ยงในการลดทอนความหลากหลาย และความเข้าใจในคุณค่าของชีวิตที่แตกต่างกัน
ผลกระทบต่อสังคม
แม้ว่าการตรวจคัดกรองจะช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพและภาระการดูแลระยะยาว แต่ก็ทำให้เกิดคำถามเชิงปรัชญาเกี่ยวกับคุณค่าของความหลากหลายทางมนุษย์
อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสังคมต่อความพิการ เมื่อการตรวจคัดกรองและการยุติการตั้งครรภ์กลายเป็นเรื่องปกติ อาจนำไปสู่การสร้างค่านิยมที่มองว่าความพิการเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหรือกำจัด ส่งผลให้บุคคลที่มีความพิการและครอบครัวรู้สึกว่าตนเอง ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเท่าเทียมในสังคม
Laura Hercher นักพันธุศาสตร์และที่ปรึกษาทางพันธุกรรมตั้งคำถามว่า หากสังคมปราศจากผู้ที่มีความต้องการพิเศษหรือความเปราะบางบางรูปแบบ เราอาจสูญเสียส่วนหนึ่งของความเป็นมนุษย์ไปหรือไม่
สังคมอาจสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาวัฒนธรรมแห่งการยอมรับความแตกต่าง (Inclusive Society) เพราะการอยู่ร่วมกับผู้ที่มีความหลากหลายทางร่างกายและสติปัญญาช่วยส่งเสริมความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจ และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน
ผู้ที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมจำนวนมากสามารถมีชีวิตที่มีความสุข สร้างความสัมพันธ์ทางสังคม และมีส่วนร่วมในชุมชนได้อย่างมีคุณค่า การลดลงของประชากรกลุ่มนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางการแพทย์ แต่ยังเป็นประเด็นเกี่ยวกับการยอมรับความแตกต่างและการอยู่ร่วมกันในสังคมที่หลากหลายอีกด้วย
บทสรุป
บทความ The Last Children of Down Syndrome แสดงให้เห็นถึงผลกระทบอันลึกซึ้งของเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองก่อนคลอดต่อสังคม แม้ว่าการตรวจคัดกรองจะเพิ่มทางเลือกและเสรีภาพในการตัดสินใจแก่ผู้ปกครอง แต่ก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับจริยธรรม มนุษยธรรม และผลกระทบทางสังคม
การพัฒนานโยบายด้านสุขภาพ จึงควรคำนึงถึงทั้งสิทธิในการเลือก และการส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับศักยภาพ และคุณค่าของผู้ที่มีภาวะดาวน์ซินโดรม เพื่อให้สังคมสามารถรักษาความสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์กับหลักจริยธรรม และมนุษยธรรมได้อย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
Bull, M. J. (2020). Down syndrome. New England Journal of Medicine, 382(24): 2344–2352.
Centers for Disease Control and Prevention. (2026). Down syndrome. from https://www.cdc.gov
Global Down Syndrome Foundation. (2026). Facts and FAQ about Down Syndrome. from https://www.globaldownsyndrome.org
Hercher, L. (2021). Ethical implications of prenatal screening and reproductive decision-making. Sarah Lawrence College Research Perspectives.
International Society for Prenatal Diagnosis. (2021). Ethics and prenatal screening. https://ispdhome.org
National Institutes of Health. (2025). About Down syndrome. from https://www.nih.gov/node/2616
National Institute of Child Health and Human Development. (2026). Down syndrome factsheet. from https://www.nichd.nih.gov/health
Zhang, S. (2020, December). The last children of Down syndrome. The Atlantic, https://www.theatlantic.com
บทความนี้ยินดีให้ เผยแพร่เพื่อความรู้ได้ โดยกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา
ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. (2569). ดาวน์ซินโดรม คนสุดท้าย. จาก https://www.happyhomeclinic.com/dp14-down-syndrome-last.html
(บทความต้นฉบับ: มิถุนายน 2569)
นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
การศึกษา
· แพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
· วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น (จุฬาฯ)