วัตถุประสงค์ (Objectives) |
| 1) กระตุ้นให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และกิจกรรมกลุ่มร่วมกัน |
| (Encouragement of Peer Group Activities in Children) |
| 2) ส่งเสริมให้มีการจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม และปรับเปลี่ยนความคิดให้ถูกต้อง |
| (Facilitating Emotional Expression and Cognitive Correction) |
| 3) ดึงศักยภาพในตัวเด็กออกมาใช้ |
| (Empowerment in Children) |
| 4) คัดกรองโรคทางจิตเวช |
| (Screening for Psychiatric Disorders) |
| |
กลุ่มเป้าหมาย (Target Population) |
| เด็กผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส ช่วงอายุ 6-12 ปี
ที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในเมืองเมียวเมี๊ยะ
มณฑลอิระวดี ประเทศพม่า
|
| (Children survivors from Nargis Cyclone between 6-12 years who live in government shelter in Myaung Mya district, Myanmar .) |
| |
โปรแกรม (Program) |
1) กลุ่มจิตบำบัด (Group Psychotherapy) |
| 2) จิตบำบัดรายบุคคล (Individual Psychotherapy) |
| |
| |
| กรณีศึกษาที่ 1 การทำกลุ่มจิตบำบัด |
| เด็กชายอายุ 6 ปี สูญเสียพี่น้อง รวม 4 คน ส่วนพ่อ แม่ พี่ชาย ยังอยู่ด้วยกัน |
| มีอาการหายใจขัด แน่นหน้าอก ตกใจง่าย ตื่นบ่อย ร้องไห้ตลอดเวลา ในช่วง 2 สัปดาห์แรก |
|
ทำกลุ่มครั้งที่ 1 ให้วาดรูปแบบอิสระ |
เด็กวาดรูปคนนอนตายเต็มไปหมด |
ระบายสีไปได้สักพักก็หยุดระบาย |
| เมื่อถามเด็กว่าไม่ระบายต่อแล้วหรือ |
| เด็กตอบว่า "ตายหมดแล้ว ไม่ต้องระบายแล้ว" |
| ได้ใช้กระบวนการกลุ่มในการปรับเปลี่ยนความคิด และระบายอารมณ์ความรู้สึก ให้สามารถจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น ปรับตัวกับปัญหาได้มากขึ้น |
|
ทำกลุ่มครั้งที่ 2 |
| ให้วาดรูปในวงกลมที่กำหนด แล้วตั้งชื่อรูปที่วาด |
| ตั้งชื่อรูปว่า "ตุ๊กตา" (Doll) |
| เด็กเล่าว่าเป็นตุ๊กตากำลังเล่นกันอยู่ |
| เด็กเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น สามารถออกไปเล่นกับเพื่อนได้ ทานอาหารมากขึ้น |
| |
| |
|
| กรณีศึกษาที่ 2 การทำกลุ่มจิตบำบัด |
| เด็กหญิงอายุ 9 ปี
พายุพัดเรือคว่ำ
สูญเสียพ่อ
ส่วนแม่ยังไม่รู้ข่าว
อยู่กับพี่ชาย
|
|
มีอาการกลัว ใจสั่น
เบื่ออาหาร ผอมลง
ไม่อยากเล่น ไม่สนุก
ไม่อยากทำอะไร |
|
ทำกลุ่มครั้งที่ 2 |
| ให้วาดรูปในวงกลมที่กำหนด แล้วตั้งชื่อรูปที่วาด |
| ตั้งชื่อรูปว่า "วันที่มีคนตายมากที่สุด" |
| เด็กเล่าว่าเป็นรูปคนตายกับแสงแดด ตอนมืดๆ มองไม่เห็นอะไร |
| พอแดดออก เห็นคนตายอยู่รอบๆ เต็มไปหมด |
| ได้ใช้กระบวนการกลุ่มในการทำจิตบำบัด และทำจิตบำบัดรายบุคคลต่อหลังจากเสร็จสิ้นกลุ่มแล้ว |
| วิธีการบำบัด: "Butterfly Hug" (applied EMDR ในเด็ก) |
| เทคนิคที่ใช้ร่วม: " Container Technique" (เลือกใช้กล่องแทนเพื่อให้เด็กเข้าใจง่ายขึ้น) |
| จินตนาการว่าได้เก็บภาพความทรงจำที่เด็กวาดลงในกล่อง และเอาไปใส่ตู้ปิดไว้ ไม่ต้องไปดูมันอีก |
| |
|
| |
รูปแบบการตอบสนองต่อภัยพิบัติ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ |
(Bio-Psychological Response Patterns) |
| |
| Heroic Phase (ระยะวีรบุรุษ)
เกิดขึ้นทันทีหลังภัยพิบัติ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 3-7 วัน จะมี อาการตกใจมาก และชาด้านไปชั่วขณะ ไม่อยากเชื่อว่าเกิดภัยพิบัติขึ้น จริง จากนั้นก็จะช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ในการช่วยชีวิต ดูแล ทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่น เกิดการใช้พลังงานอย่างมาก มีการ ตื่นตัวตลอดเวลา |
| Honeymoon Phase (ระยะหวานชื่น)
ระยะเวลาในช่วงต่อมา ประมาณ 2 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจะมีความรู้สึกเป็นบวกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจาก จะได้รับการดูแลอย่างดีทั้งจากรัฐบาล และองค์กรเอกชนมากมาย เห็นโอกาสที่จะสร้างฐานะอย่างรวดเร็ว จินตนาการอนาคตใหม่ไว้ สวยงาม มีความคาดหวังสูง ถึงแม้ว่าผู้นั้นจะมีการสูญเสียมากก็ ตาม |
| Disillusionment Phase (ระยะเผชิญความจริง)
เป็นช่วงระยะเวลายาวนาน หลายเดือนถึงเป็นปี ผู้ประสบภัยพบว่า การฟื้นคืนต่างๆ เป็นไปด้วยความล่าช้า และเกิดความล้มเหลวซ้ำๆ มีความสับสนบ่อยครั้งระหว่างความคาดหวังกับความจริง ช่วงท้าย ของระยะนี้ส่วนใหญ่จะสามารถพบความเข้มแข็งภายในตัวเองที่ แท้จริง หลุดจากภาพลวงตา และหันกลับมาแก้ไขปัญหา และสร้าง ชีวิตของตนเองขึ้นใหม่ได้ |
| Restabilization Phase (ภาวะฟื้นตัว)
มีระยะเวลายาวนานเป็นปี หรือหลายปี ทั้งในส่วนตัวเองและชุมชน ที่ จะฟื้นฟูสภาพเข้าสู่หน้าที่การทำงานตามปกติ |
| |
| |
ผลของภัยพิบัติต่อจิตใจเด็ก |
| |
| ระยะสั้น (2-4 สัปดาห์แรกหลังเกิดเหตุการณ์) |
| 1) ภาวะช็อกทางจิตใจ
เกิดในเด็กที่อยู่เหตุการณ์ที่คุกคามชีวิต
ปฏิกิริยาแตกต่างกันตามวัยของเด็ก
จะเริ่มเห็นชัดเจนในเด็กวัยเรียน เงียบเฉย เบลอ งง
อารมณ์เฉยชา ขาดการตอบสนอง |
| 2) ภาวะตกใจและหวาดกลัว
เกิดจากความกลัวเหตุการณ์นั้นหรือ ความกลัวจากการหลง
พลัดพรากจากพ่อแม่ ความกังวลว่าจะสูญเสียในการค้นหา
ผู้รอดชีวิต อาจมีอาการอารมณ์แปรปรวน ตกใจกลัว
ตกใจง่ายจากเสียงดัง หรือเสียงคลื่น กลัวทะเล ร้องไห้
ไม่สามารถ ควบคุมตัวเอง ขาดสมาธิ ย้ำคิดย้ำทำ
คิดวนเวียนเรื่องที่วิตกกังวลซ้ำๆ ถามพ่อแม่ถึงความปลอดภัยซ้ำๆ |
| 3) พฤติกรรมถดถอย
เป็นเด็กลงไปกว่าวัย ดูดนิ้ว ฉี่รดที่นอน
กังวลต่อการพลัดพรากจากพ่อแม่ หรือคนใกล้ชิด
จะติดพ่อแม่มากขึ้น ไม่ยอมไปโรงเรียน ไม่ยอมอยู่ห่างพ่อแม่
ร้องไห้เวลาพ่อแม่ไปส่งที่โรงเรียน
|
| 4) ภาวะซึมเศร้าจากการสูญเสีย
เกิดจากการที่เด็กสูญเสียพ่อแม่พี่น้อง หรือบ้านเรือนทรัพย์สิน
หมดหวัง ท้อแท้ รู้สึกไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ใดๆ ได้
เด็กส่วนใหญ่จะปรับตัวได้ อาการต่างๆ ค่อยๆ หมดไป |
| |
| ระยะกลาง |
| 1) พีทีเอสดี (PTSD - Post-traumatic Stress Disorder)
|
| 2) ภาวะซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) |
| 3) อาการกลัว หรือโรคกลัว (Phobia) |
| |
| ระยะยาว |
| อาการต่างๆ อาจเป็นเรื้อรัง มีผลต่อพัฒนาการตามปกติ
ทำให้มีปัญหาต่างๆ
ขาดความมั่นใจตนเอง
ปัญหาการเรียน
ปัญหาพฤติกรรม ก้าวร้าว
ใช้สารเสพติด
และปัญหาบุคลิกภาพ |