ข้อมูลวิชาการ แฮปปี้โฮม

คลินิกจิตเวช เด็กและวัยรุ่น

 
สมาร์ท ดี แคมป์ - ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ

แฮปปี้โฮม สแควร์

แฮปปี้โฮมคลินิก

 

 

HAPPY HOME AUTISTIC ACADEMY

ศูนย์วิชาการออทิสติก แฮปปี้โฮม

การปรับพฤติกรรม

Behavior Modification

 

 

รุจา เจนวีระนนท์

 
นักจิตวิทยา

 

ในการดูแลบุคคลออทิสติกเมื่อยังเป็นเด็กเล็ก ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่ปัญหาก็จัดว่ายังอยู่ในวงแคบพอที่จะจัดการได้ไม่ยากนัก เช่น ไม่พูด ไม่สื่อสาร ซน ก้าวร้าว ร้องไห้เสียงดัง แต่เมื่อบุคคลออทิสติกโตเป็นหนุ่มสาว ปัญหาที่พบก็จะมีมากขึ้น ทั้งยังจัดการได้ยากขึ้นอีกด้วย ซึ่งผู้ปกครองจำเป็นต้องเตรียมป้องกันไว้ตั้งแต่เด็กยังเล็กอยู่ดีกว่า

ผู้ปกครองมักพาลูกมาฝึกโดยเน้นให้ลูกเรียนรู้ทักษะทางวิชาการ และเข้าโรงเรียนได้ โดยสอนเรื่องตัวอักษรและตัวเลข ซึ่งเด็กบางรายจะจดจำตัวอักษรและตัวเลขได้ แต่ไม่มีการเรียนรู้และเข้าใจอย่างแท้จริง ฉะนั้นจะเป็นการเหมาะสมกว่า ถ้าหลักสูตรการฝึกเด็กออทิสติกตั้งแต่เริ่มแรกต้องเน้นทักษะการช่วยเหลือตัวเอง และทักษะทางสังคมก่อนที่จะให้เด็กเรียนรู้ทักษะทางวิชาการ

นักจิตวิทยาจะมองเด็กที่มีปัญหาว่า เป็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และจะมีความเป็นห่วงถึงความสุขของเด็กในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งในสังคม การปรับพฤติกรรมเป็นสิ่งที่นักจิตวิทยาหันมาใช้กันมากกับเด็กที่มีปัญหาด้านต่างๆ เพราะเป็นวิธีที่จะบอกให้เด็กทราบว่าอะไรที่เขาควรทำ และอะไรที่เขาไม่สมควรทำ

วัตถุประสงค์ของการปรับพฤติกรรมก็เพื่อให้เด็กได้พัฒนาพฤติกรรมใกล้เคียงเด็กปกติในวัยเดียวกัน สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เบี่ยงเบน การเสริมทักษะทางสังคมและการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง กระตุ้นพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็ก การสื่อสาร และการช่วยเหลือตนเอง นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำกับผู้ปกครองในการปรับตัวและวิธีดูแลจัดการเด็ก

 

เทคนิคการปรับพฤติกรรมในเด็ก

เทคนิคการปรับพฤติกรรมนั้นใช้หลักทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning Theory) เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของสังคม วิธีการปรับพฤติกรรมมีเป้าหมาย 3 เรื่อง คือ

1. ลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหา

2. ส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสม

3. สร้างพฤติกรรมใหม่

ถ้าเด็กได้รับการบำบัดโดยการปรับพฤติกรรม และกระตุ้นพัฒนาการในด้านที่บกพร่องอย่างสม่ำเสมอ โดยผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการฝึกและดูแลอย่างต่อเนื่อง เด็กเหล่านี้ก็สามารถที่จะพัฒนาได้อย่างเหมาะสมเต็มความสามารถที่เขามี

 

วิธีที่ใช้ในการปรับพฤติกรรม

1. การเสริมแรง   เป็นการส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์   ให้ซ้ำอีกเมื่อได้รับคำชมหรือรางวัล

2. การหยุดยั้ง   เป็นการงดให้รางวัล งดให้ความสนใจต่อพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

3. การงดร่วมกิจกรรม เป็นการงดในช่วงเวลาจำกัด แต่ไม่ควรงดนานเกินไป

4. การทำสัญญากับเด็ก เป็นการเซ็นสัญญาระหว่างครูกับนักเรียนในลักษณะที่เป็นลายลักษณ์อักษร   ระยะเวลาการทำสัญญาไม่ควรนานเกินกว่าที่เด็กจะทำได้ มีการตรวจสอบตลอดเวลา เมื่อผิดสัญญาควรมีการลงโทษ   หากมีการปฏิบัติครบถ้วนควรให้รางวัลแก่เด็ก

5. การลงโทษ เป็นขบวนการในการขจัดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของเด็ก และไม่ให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อีก

6. การเป็นแบบอย่างที่ดี  ครูควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก เด็กอาจยึดครูเป็นแบบอย่างที่ดีในหลายๆ ด้าน นอกจากนี้อาจให้นักเรียนที่ดีเป็นแบบอย่างแทนก็ได้

 

ความสามารถที่เด็กต้องมีก่อนเข้าวัยเรียน

1. ทางด้านสังคม

สามารถปรับได้โดยการฝึกให้เด็กมีสัมพันธภาพที่ดี เช่น ฝึกการสบตา สบตาทุกครั้งเมื่อเรียกชื่อ การสบตาอย่างมีความหมาย มองขณะพูดคุย รู้จักทักทาย ฝึกให้เด็กรู้จักการเล่นของเล่นให้ถูกวิธีไม่ขว้างปา และเก็บของเล่นทุกครั้งเมื่อเลิกเล่น ฝึกให้รู้จักการรอคอย การขอเมื่อต้องการ รู้จักชื่อ - นามสกุลของตนเองตลอดจนคนในครอบครัว

2. การสื่อความหมาย

เด็กออทิสติกมีความบกพร่องในเรื่องการสื่อสารเป็นอย่างมาก ทั้งการเข้าใจและการใช้ภาษา ในช่วงแรกของการฝึก ผู้ฝึกจะสอนให้เด็กรู้จักสิ่งของที่อยู่รอบตัว เด็กจะค่อยๆเรียนรู้จากการได้เห็น ได้ฟังซ้ำๆ เด็กจะเข้าใจ ทำตาม หรือเลียนแบบ ตลอดจนทำตามคำสั่งได้ ผู้ฝึกจะใช้ภาษาพูดกับเด็กทุกครั้งในการสื่อความหมายกับเด็กแม้ว่าเด็กจะพูดไม่ได้ก็ตาม ภาษาที่ใช้จะเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย สั้น ชัดเจน ไม่ซับซ้อน

3. การเลียนแบบการกระทำ

เนื่องจากเด็กออทิสติกมีความบกพร่องทางด้านภาษา ทั้งการเข้าใจและการใช้ภาษา ซึ่งถ้าเด็กมีสัมพันธภาพกับบุคคลอื่นดีแล้วเขาจะเปิดโลกส่วนตัวกับบุคคลอื่นได้ ยอมรับผู้อื่นและสนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ในช่วงนี้ผู้ฝึกจะช่วยให้เขามีการเลียนแบบ โดยการจับมือทำในสิ่งที่เห็นนั้น ทำซ้ำๆ ซึ่งต่อมาเขาจะกระทำได้ด้วยตนเอง

4. การเล่น

เด็กออทิสติกจะเล่นของเล่นไม่เป็น เล่นตามกลุ่มหรือเล่นร่วมกับคนอื่นไม่ได้ เนื่องจากการขาดจิตนาการจึงต้องสอนการเล่นของเล่นให้ถูกวิธี สอนให้รู้จักที่จะให้และรับ รู้จักที่จะรอคอย ทำตามกฎกติกาของกลุ่มได้

5. การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่

เด็กออทิสติกมีพัฒนาการทางด้านร่างกายเป็นไปตามวัย แต่ความแข็งแรงมั่นคง ความคล่องแคล่วและการทำงานของอวัยวะต่างๆยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์เท่าเด็กปกติในวัยเดียวกัน ซึ่งต้องได้รับการช่วยเหลือโดยการชักนำให้เด็กออกกำลังกาย ถีบสามล้อ โยน - รับลูกบอล รดน้ำตนไม้ ระบายสี ปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ทำซ้ำๆทุกวัน พร้องให้คำชมเชยเมื่อเด็กสามารถทำได้

 


บทความโดย...รุจา เจนวีระนนท์ นักจิตวิทยา บ้านออคิด


รวมบทความวิชาการ

บทความวิชาการ
ข้อมูลการวินิจฉัย

ศูนย์วิชาการ ออทิสติก

  HAPPY HOME
HAPPY HOME AUTISTIC ACADEMY
รวบรวมข้อมูลวิชาการที่เป็นปัจจุบัน เกี่ยวกับออทิสติก และกลุ่มพีดีดีอื่นๆ ในด้านความรู้ทั่วไป แนวทางการดูแลรักษา และการส่งเสริมความสามารถพิเศษ
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับออทิสติก
บทความวิชาการ ออทิสติก


www.happyhomeclinic.com

HAPPY HOME CLINIC คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น แฮปปี้โฮม (เมืองทองธานี)
164/31 หมู่ 9 เมืองทองธานี ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 โทรศัพท์ 0-2982-9937, 0-1985-3655
BAN AU KID บ้านออคิด ศูนย์เด็กพิเศษครบวงจร (นวมินทร์40)
68/56 หมู่ 5 ซอยนวมินทร์ 40 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 โทรศัพท์ 0-2734-9578, 0-1985-3655
SMART D CAMP สมาร์ท ดี แคมป์ - ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ
16/116-117 หมู่ 1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210 โทรศัพท์ 0-1629-4748 โทรสาร 0-2981-2701
E-mail : thaweesak@happyhomeclinic.com

 

Copyright © 2005-2009 All Rights Reserved.

Powered by HAPPY HOME FAMILY, Co, Ltd. Thailand.

ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 11 กรกฎาคม 2549