ประวัติและผลงาน
ข้อมูล นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา

ติดต่อ
แฮปปี้โฮม
contact us 08-2014-7272
08-2014-7272

 
แฮปปี้โฮม คลินิก - จิตเวชเด็กและวัยรุ่น
 
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
 
สมาร์ท ดี แคมป์ - ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ
 

ข้อมูลวิชาการ แฮปปี้โฮม

 
 
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม

ศูนย์วิชาการเพื่อการพัฒนาเด็กและวัยรุ่น

รวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลความรู้ทางวิชาการที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กและวัยรุ่น

พร้อมทั้งการรับจัดอบรม สัมมนา กิจกรรมวิชาการ นิทรรศการเผยแพร่ความรู้ ให้กับหน่วยงานที่สนใจ

เพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง ผู้ปกครอง นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ
www.happyhomeclinic.com/academy.html

ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม

 

เมื่อเด็กออทิสติกถึงวัยเรียน

ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
   
  นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา
  จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
     

พ่อแม่หลายคนที่มีลูกเป็นออทิสติก อาจมีความกังวลเพิ่มขึ้นเมื่อถึงวัยเรียน ลูกที่เป็นออทิสติกต้องเข้าเรียน แต่ไม่รู้ว่าต้องให้เรียนโรงเรียนไหน กลัวว่าจะไปเรียนร่วมกับเด็กทั่วไปไม่ได้ คำแนะนำต่างๆ สำหรับเด็กออทิสติกในวัยเรียน มีดังนี้ครับ

 

เด็กออทิสติกควรมีการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนอย่างไร

ในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน เด็กควรมีพื้นฐานสำคัญในเรื่องต่างๆดังนี้

1. การเข้าใจคำสั่งง่ายๆ สามารถตอบสนองได้บ้าง

2. สามารถสื่อสารความต้องการของตนเองได้บ้างเล็กน้อย

3. เด็กสามารถนั่งทำกิจกรรมต่างๆได้นานพอประมาณ

4. ไม่มีพฤติกรรมที่รุนแรงเป็นอันตรายต่อผู้อื่น

ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้มาจากการฝึกฝนปรับพฤติกรรมอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

 

เราจะประเมินได้อย่างไรว่า เด็กออทิสติกคนนี้มีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในชั้นเรียนได้

ในการประเมินความพร้อม ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เด็กคุ้นเคยกับสถานที่หรือไม่ คุ้นเคยกับผู้ประเมินหรือไม่ ถ้าไม่คุ้นเคย เด็กย่อมไม่ร่วมมือ และดูเหมือนจะไม่มีความพร้อมทั้งๆที่เด็กทำได้

โดยทั่วไปเราจะดูแค่ว่า เด็กพอเข้าใจทำสั่งง่ายๆได้ไหม พอทำตามได้บ้างไหม พอที่จะทำกิจกรรมในช่วงเวลาสั้นๆได้ไหม มีพฤติกรรมที่รุนแรง เป็นปัญหาไหม เท่านี้น่าจะมากเพียงพอแล้วสำหรับการนำเด็กเข้าเรียน

ในเด็กออทิสติก เราไม่ต้องรอให้เด็กมีความพร้อมทุกอย่างแล้วค่อยเข้าเรียน แต่เราให้เด็กเข้าเรียนเพื่อสร้างความพร้อมเพิ่มขึ้น ใช้สังคมเด็กวัยเดียวกันเป็นตัวกระตุ้นในการเรียนรู้ ไม่ต้องรอให้เด็กพูดได้แล้วค่อยเข้าเรียน แต่เราให้เด็กเข้าเรียนเพื่อกระตุ้นให้พูดได้ ถ้าทุกคนเข้าใจในหลักการเหล่านี้ตรงกัน ก็ไม่ต้องไปกังวลเรื่องการประเมินความพร้อม อาจมีความจำเป็นที่ต้องเตรียมความพร้อมบ้างในบางด้าน แต่ไม่ต้องรอจนพร้อมทุกด้าน

 

เด็กออทิสติกสามารถเรียนร่วมกับเด็กทั่วไปได้หรือไม่

เด็กออทิสติกสามารถเรียนร่วมกับเด็กทั่วไปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของปัญหาและความพร้อมบางด้านที่จำเป็น โดยทั่วไปเด็กสามารถเรียนร่วมได้ ถ้าผ่านการฝึกฝนปรับพฤติกรรมแบบเข้มข้นตั้งแต่เล็ก และทำมาอย่างต่อเนื่อง

แต่อย่างไรก็ตาม การเรียนร่วมกับเด็กทั่วไปได้หรือไม่ อาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับ การวิเคราะห์ดูว่ารูปแบบการเรียนรู้แบบใดเหมาะสมกับตัวเด็กมากที่สุด สามารถดึงศักยภาพในตัวเด็กให้แสดงออกมาได้มากที่สุด

 

อุปสรรคที่มักพบเมื่อต้องเข้าเรียนในโรงเรียนเรียนร่วม และวิธีการแก้ไขปัญหา

อุปสรรคที่มักพบส่วนใหญ่ คือ ความเข้าใจ และการยอมรับของโรงเรียน บางแห่งครูไม่รู้จักว่าเด็กออทิสติกเป็นอย่างไร ไม่มีประสบการณ์ในการดูแลมาก่อน ไม่รู้ว่าจะสอนอย่างไร จึงต้องมีการพูดคุยสื่อสารให้ชัดเจนระหว่างผู้ปกครองและครูอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยให้มองที่ปัญหาของเด็ก ว่าพฤติกรรมแต่ละเรื่องจะแก้ไขอย่างไร อย่าไปมองที่ความเป็นออทิสติก เพราะถ้าเพ่งเป้าที่พฤติกรรม คุณครูจะมีความมั่นใจในการแก้ไขปัญหามากกว่า และอาจขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากทีมแพทย์ที่ดูแลเด็กอยู่อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น

ถ้ามีการเรียนรู้ร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย คือ ผู้ปกครอง ครู และทีมแพทย์ที่ดูแลเด็ก ก็จะช่วยให้สามารถฟันฝ่าเอาชนะอุปสรรคไปได้อย่างแน่นอน

 

ศูนย์การเรียนรู้เฉพาะสำหรับเด็กออทิสติก มีเปิดสอนที่ใดบ้าง

ในปัจจุบันถือว่าเด็กออทิสติกมีทางเลือกมากขึ้น เพราะมีรูปแบบศูนย์การเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้เลือกตามความต้องการที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน มีทั้งศูนย์ของภาครัฐ ภาคเอกชน มูลนิธิ และสมาคม

ในส่วนของภาครัฐเอง ก็มีทั้งศูนย์ที่อยู่ในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กระทรวง ศึกษาธิการ เช่น ศูนย์การศึกษาพิเศษ โรงเรียนการศึกษาพิเศษ และมีที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่น โรงเรียนราชานุกูล สถาบันราชานุกูล และโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์

ในภาคเอกชน ก็มีทั้งในระดับโรงพยาบาล คลินิกเฉพาะทาง ศูนย์เด็กพิเศษ และบ้าน ให้เลือกหลากหลาย เช่นเดียวกัน

เด็กควรจะเรียนที่ใด ขึ้นอยู่กับระดับปัญหา และระดับความพร้อมของเด็กด้วย คงบอกไม่ได้ว่าที่ไหนดีกว่ากัน แต่ควรดูว่ารูปแบบไหนที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กได้มากกว่ากัน

 

คอร์สในการเรียนรู้ต่างๆ เขาสอนในเรื่องใดบ้าง

โดยหลักการทั่วไปควรออกแบบการเรียนรู้เป็นรูปแบบเฉพาะบุคคล ที่เรียกว่า โปรแกรมการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หรือ ไออีพี (IEP – Individualized Educational Program) เพื่อให้รองรับสภาพปัญหา และความสามารถของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกัน

เรื่องที่สอนเน้นทักษะสังคม ทักษะการใช้ภาษาและการสื่อสาร ทักษะการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน เพิ่มเติมจากทักษะทางวิชาการทั่วไป

 

วิธีการฝึกฝน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กออทิสติก ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำมาใช้ที่บ้านได้ มีอะไรบ้าง

ทุกครั้งที่พาเด็กไปฝึกฝนกับผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ผู้ปกครองควรนำวิธีการต่างๆ กลับมาประยุกต์ใช้ และฝึกฝนอย่างต่อเนื่องที่บ้าน เพราะการที่เด็กจะพัฒนาดีขึ้นได้ ไม่ใช่เกิดจากการฝึกแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แต่เกิดจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องทุกวัน

คุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามจากครูที่ฝึกเด็กได้ว่า ควรไปทำอะไรต่อที่บ้านบ้าง และเมื่อทำแล้วมีปัญหาในการฝึกอย่างไรบ้างก็นำมาปรึกษากับครูอีกครั้ง เพื่อให้ครูที่ฝึกแนะนำเทคนิค วิธีการต่างๆในการแก้ไขปัญหา

เทคนิคการปรับพฤติกรรมที่สามารถนำมาใช้ได้ผลดี คือการให้แรงเสริม โดยต้องรู้ว่าเด็กชอบอะไร ไม่ชอบอะไร นำมาเรียงลำดับ จัดความสำคัญ ใช้เป็นแรงเสริมเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ต้องการ เช่น เมื่อเด็กหยิบของที่เราบอกได้ถูกต้อง ให้ตบมือ ชมเชย กอด และให้ขนมเป็นรางวัล ให้ทำอย่างสม่ำเสมอ จนเด็กทำตามได้ถูกต้องทุกครั้ง

 

การปรึกษาครูในโรงเรียนมีความสำคัญอย่างไร

ถ้าจะให้เด็กมีการพัฒนาสูงสุดเต็มความสามารถ ครูกับพ่อแม่ต้องร่วมมือกัน มีการปรึกษา หารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รู้ว่าขณะนี้ เด็กทำอะไรได้บ้าง มีปัญหาอะไรบ้าง และอะไรที่เป็นตัวกระตุ้นปัญหา แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันระหว่างที่บ้านและโรงเรียน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในตัวเด็กตรงกัน วางแผนแก้ปัญหาร่วมกันในทิศทางเดียวกัน

 

เรามีวิธีประเมินผลพัฒนาการของเด็กออทิสติก ได้โดยวิธีใดบ้าง

การประเมินพัฒนาการของเด็กออทิสติกวัยเรียน โดยส่วนใหญ่จะใช้แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หรือแผนไออีพี (IEP) ที่ทำไว้เป็นตัวประเมินความก้าวหน้า

 

ทำอย่างไรเมื่อเพื่อนในห้องไม่เข้าใจพฤติกรรมที่บกพร่องของลูกเรา

สำหรับเพื่อนของเด็กออทิสติก เน้นการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ ทุกคนสามารถทำความดีได้โดยการช่วยเหลือเพื่อนที่เป็นออทิสติก ชวนเพื่อนไปเล่นด้วย ชวนเข้ากลุ่มกิจกรรม ชวนไปทานข้าวด้วย เข้ามาพูดคุยด้วย ครูควรชมเชยเพื่อนคนที่คอยช่วยเหลือเด็กออทิสติก ยกย่องเป็นตัวอย่างที่ดีของเด็กมีน้ำใจ เพื่อให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจ และเด็กคนอื่นๆ รู้สึกอยากเข้ามาช่วยเหลือบ้าง

ถ้าเด็กโตพอในระดับที่เข้าใจเรื่องต่างๆได้ดีแล้ว คุณครูอาจจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อนนักเรียนในห้องก่อนว่า ออทิสติกคืออะไร มีความพิเศษอย่างไรที่จะต้องดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ เด็กทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเพื่อนได้อย่างไรบ้าง และครูก็ภูมิใจที่มีนักเรียนน่ารัก มีน้ำใจ แบบพวกเราทุกคน

เด็กนักเรียนที่มีเพื่อนร่วมห้องเป็นออทิสติกด้วย ถือว่าโชคดีมาก เพราะมีโอกาสพัฒนาในเรื่อง อีคิว ไปในตัว โดยเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกเรื่องการมีน้ำใจ เอื้ออาทรต่อผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่น เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างบุคคล สามารถปรับตัวเข้ากับความแตกต่างได้ดีกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งดีกว่าการพูดสอนโดยไม่เคยลงมือทำ ซึ่งไม่มีทางเข้าใจ คุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนร่วมห้องเด็กออทิสติก น่าจะใช้โอกาสเหล่านี้ในการสอนเรื่องต่างๆเพื่อพัฒนาอีคิวของลูกไปในตัวด้วย

 

การเรียนรู้ร่วมกันในความแตกต่าง ช่วยให้ทุกฝ่ายมีการเติบโตไปพร้อมๆกัน

มีการเจริญงอกงามทางความคิด จิตใจ และอารมณ์

ไม่เฉพาะเด็กออทิสติกเท่านั้นที่พัฒนา เด็กปกติก็มีการพัฒนาด้วยเช่นกัน

 

 

ดาวน์โหลดบทความที่นี่

 
   
     

บทความนี้ยินดีให้นำไปเผยแพร่เพื่อความรู้ได้ โดยกรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา

ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. เมื่อเด็กออทิสติกถึงวัยเรียน. [Online] 2549; Available from: URL: http://www.happyhomeclinic.com/au09-schoolage.htm

 
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
HAPPY HOME ACADEMY

ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม
บทความโดย...นายแพทย์ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา

แฮปปี้โฮม คลินิก - จิตเวชเด็กและวัยรุ่น

จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
www.happyhomeclinic.com

HOME กลับสู่หน้าแรก

www.happyhomeclinic.com

 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ ชั้น 7 โซนการศึกษา ห้อง 724
 เลขที่ 99 หมู่ 2 ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120
แฮปปี้โฮม คลินิก - จิตเวชเด็กและวัยรุ่น HAPPY HOME CLINIC แฮปปี้โฮม คลินิก - จิตเวชเด็กและวัยรุ่น
โทรศัพท์ 08-2014-7272, 0-2835-3537 E-mail: happyhomeclinic@yahoo.com
web site: www.happyhomeclinic.com www.facebook.com/happyhomeclinic
ศูนย์วิชาการ แฮปปี้โฮม HAPPY HOME ACADEMY แฮปปี้โฮม อคาเดมี - ศูนย์วิชาการ เพื่อการพัฒนาเด็กและวัยรุ่น
โทรศัพท์ 0-2835-3538 E-mail: happyhomeclinic@yahoo.com
web site: www.happyhomeclinic.com/academy.html www.facebook.com/happyhomeclinic
สมาร์ท ดี แคมป์ - ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ SMART D CAMP สมาร์ท ดี แคมป์ - ค่ายค้นหาแววอัจฉริยะ
โทรศัพท์ 08-3903-9956 โทรสาร 0-2981-2701 E-mail: smartdcamp@yahoo.com
web site: www.smartdcamp.com www.facebook.com/smartdcamp

 

Copyright © 2011-2015 All Rights Reserved.

Powered by HAPPY HOME FAMILY Co., Ltd. Thailand.

ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2554