ดนตรีบำบัดมีการแตกแขนงวิธีการที่หลากหลาย และจัดเป็นโปรแกรมที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น วิธีการต่างๆ ทางดนตรีบำบัดในรูปแบบเฉพาะที่มีการนำมาใช้ ได้แก่
Tomatis method หรือ Audio-Psycho-Phonology (APP) ของ Dr. Alfred Tomatis นายแพทย์ชาวฝรั่งเศษ ผู้บุกเบิกเรื่องการบำบัดด้วยเสียง (sound therapy) พัฒนาวิธีทดสอบการได้ยิน ประดิษฐ์หูอิเลคโทรนิกส์ ซึ่งสามารถปรับความถี่ของเสียงได้ และเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดเรื่อง Mozart effect ด้วย
Mozart effect คือการศึกษาวิจัยเพื่อทดสอบทฤษฎีที่ว่า ดนตรีคลาสสิกสามารถเพิ่มความสามารถของสมองมากกว่าดนตรีชนิดอื่นๆ ผลพบว่าการฟังดนตรีคลาสสิกช่วยเพิ่มความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ได้ ซึ่งพบในดนตรีบรรเลง sonata for two pianos in D major (K. 448) และ piano concerto No. 23 ( K. 488) ของ Mozart คีตกวีชาวออสเตรีย และพบว่าดนตรีบรรเลง acroyali/ standing in motion ของ Yanni นักดนตรีชาวกรีก ก็มีผลเช่นเดียวกัน
|
|
รูป Mozart |
รูป piano concerto |
Patricia Joudry นักเขียนชาวแคนาดา ผู้ริเริ่มการบำบัดด้วยเสียงความถี่สูง บันทึกดนตรีที่รวบรวมจากประสบการณ์ที่พบเห็นมาทั่วโลกลงในเทปคาสเซ็ต เพื่อช่วยลดภาวะซึมเศร้า อาการอ่อนล้า และนอนไม่หลับ แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยเพียงพอที่สนับสนุนผลของวิธีการนี้
Samonas Sound Therapy (Spectrally Activated Music of Optimal NAtural Structure) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย Klangstudio Lambdoma ชาวเยอรมัน เป็นโปรแกรมฝึกระบบการได้ยิน ให้สามารถตอบสนองต่อเสียงได้เต็มที่ โดยไม่มีการบิดเบือน ไวเกินหรือสูญหายในบางความถี่ โดยใช้เสียงจากธรรมชาติ ดนตรีคลาสสิก หรือเสียงสังเคราะห์ ที่เลือกสรร เรียบเรียง และบันทึกด้วยวิธีพิเศษบนแผ่นซีดี สามารถนำมาใช้ในเด็กที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ เด็กสมาธิสั้น และเด็กที่มีความบกพร่องในการใช้ภาษาและการสื่อสาร แต่ยังไม่มีงานวิจัยเพียงพอที่สนับสนุนผลของวิธีการนี้เช่นกัน
Auditory Integration Training (AIT) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย Dr. Guy B?rard ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ชาวฝรั่งเศษ นำมาช่วยลดการตอบสนองที่ไวเกินปกติ (hypersensitivity) ในเด็กออทิสติก โดยให้ฟังดนตรีที่มีการปรับกรองความถี่ที่เด็กมีความไวเกินออก ครั้งละ ครึ่งชั่วโมง ประมาณ 20 ครั้ง ยังไม่มีงานวิจัยเพียงพอที่สนับสนุนผลของวิธีการนี้ ส่วนใหญ่พบว่ากลุ่มทดลองไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม
Rhythmic Acoustic Stimulation (RAS) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย Michael Thaut เป็นคลื่นเสียงความถี่ 6-9 เฮิร์ซ นำมาใช้ในการฟื้นฟูสมรรถภาพของระบบประสาท (neuro-rehabilitation) ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน โรคหลอดเลือดสมอง และสมองเสื่อม เป็นวิธีการที่มีงานวิจัยสนับสนุนพอสมควร แต่ก็ยังมีผลวิจัยที่ขัดแย้งกันอยู่
เอกสารอ้างอิง
_______. โมสาร์ทเอฟเฟกต์ เสียงที่กระตุ้นการทำงานของสมองคุณ. หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ (30 พฤศจิกายน 2548). [Online] 2005; Available from: URL: http://www.thaiday.com [Accessed: 2006, Nov 9]
ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. การบำบัดทางเลือก ในเด็กพิเศษ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2550.
_______. Medical music therapy. [Online] 2006; Available from: URL: http://home.att.net/~preludetherapy/medicine.html. [Accessed: 2006, Nov 9]
_______. What is music therapy? [Online] 2006; Available from: URL: http://home.att.net/~preludetherapy/musictx.html. [Accessed: 2006, Nov 9]
_______. What is Samonas auditory intervention? [Online] 2006; Available from: URL: http://www.samonas.com/info/f_info.htm. [Accessed: 2006, Nov 9]
Gillberg C, Johanason M, Sreffenburg S, Ranson BJ , Berlin O. Auditory integration training in children with autism. Autism, 1997; 1: 97-100
Ness K. Samonas sound therapy. [Online] 2006; Available from: URL: http://www.icando.org/article-sst.html. [Accessed: 2006, Nov 9]
Sinha Y, Silove N, Wheeler D, Williams K. Auditory integration training and other sound therapies for autism spectrum disorders. Cochrane Database Syst Rev, 1999; 1
The national autistic society. Auditory integration training (AIT). [Online] 2006; Available from: URL: http://www.nas.org.uk/nas/jsp/polopoly.jsp?d= 1389 &a= 3233. [Accessed: 2006, Nov 9]
|